อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามพ.ร.บ. อบจ พ.ศ.2540
และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2546



1. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการภายในเขต อบจ. ดังต่อไปนี้ (มาตรา 45)

 (1) ตราข้อบัญญัติโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย
 (2) จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
 (3) สนับสนุนสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาท้องถิ่น
 (4) ประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของสถาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
 (5) แบ่งสรรซึ่งตามกฏหมายจะต้องแบ่งให้แกสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
 (6) อำนาจหน้าที่ของจังหวัดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 เฉพาะภายในเขตสภาตำบล
 (7) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (7 ทวิ) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น
       และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
 (8) จัดทำกิจการใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกิจการนั้น
       เป็นการสมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ทั้งนี้ตามที่กำหนด
       ในกฎกระทรวง
 (9) จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฏหมยอื่นกำหนดให้เป็นำนาจหน้าที่ขององค์การบริการส่วนจังหวัด
       บรรดาอำนาจหน้าที่ใดซึ่งเป็นของราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคอาจมอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติได้ทั้งนี้
       ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
2. การปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วิธีการบริหาร  
     กิจการ บ้านเมืองที่ดี และให้คำนึงถึงการใส่วนร่วมของประชาชนของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
     การจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ หารแระเมิณผลการปฏิอบัติงานและการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้
    ให้เป็นไปตามกฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และหลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
    (มาตรา 45/1)
3. องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจจัดทำกิจการใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่น หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด
    อื่นที่อยู่นอกเขตจังหวัดได้ เมื่อได้รับความยินยอมจากราชการส่วนท้องถิ่นอื่นหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้
    ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฏกระทรวง (มาตรา 46)
4. กิจการใดเป็นกิจการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพึงจัดทำตามอำนาจหน้าที่ ถ้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่จัดทำ รัฐมนตรีโดย

    ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งให้ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคจัดทำกิจการนั้นได้   
    ในกรณีที่ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคจัดทำกิจการตามวรรคหนึ่งให้คิดค่าใช้จ่ายและค่าภาระต่างๆ     
    ตามความเป็นจริงได้ตามอัตราและระยะเวลาที่เหมาะสม

5. องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจมอบให้เอกชน ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
    โดยเรียกค่าบริการได้ โดยตราเป็นข้อบัญญัติ (มาตรา 48)
6. องค์การบิหารส่วนจังดวัดอาจมอบให้เอกชนกระทำกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
    ค่าบริการหรือค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้องแทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วน
    จังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดเสียก่อน: หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการให้กระทำกิจการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบ
    ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด: สิทธิในการกระทำกิจการตามวรรคหนึ่ง เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไปไม่ได้ (มาตรา 49)
7. การดำเนินกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีลักษณธะเป็นการพาณิชย์อาจทำได้โดยตราเป็นข้อบัญญัติ ทั้งนี้ตามระเบียบ
    ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด (มาตรา 50)


พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 
และประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เรื่อง กำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด

1. ภายใต้บังคับมาตรา 16 อบจ. มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง
     ดังนี้ (มาตรา 17) 
     1. การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเองและประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามระบียบที่คฯะรัฐมนตรีกำหนด
     2. การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น
     3. การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
     4. การแบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายนจะต้องแบ่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
     5. การคุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
     6. การจัดการศึกษา
     7. การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน
     8. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น
     9. การส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
   10. การจัดตั้งและดูแลระบบบำบัดน้ำเสียรวม
   11. การกำจัดมูลฝอยและสิงปฏิกูลรวม
   12. การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่าง ๆ
   13. การจัดการและดูแลสถานีขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ
   14. การส่งเสริมการท่องเที่ยว
   15. การพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน และการทำกิจการไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือร่วมกับบุคคลอื่น
   16. การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
   17. การจัดตั้งและดูแลตลาดกลาง
   18. การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น
   19. การจัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อ
   20. การจัดให้มีพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ
   21. การขนส่งมวลชนและการวิศวกรรมจราจร
   22. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
   23. การจัดให้มีระบบรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัด
   24. จัดทำกิจการใดอันเป็นอำนาจและหน้าที่ขององคืกรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขต และกิจการนั้นเป็นการ สมควรให้
  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
   25. สนับสนุนหรือช่วยเหลือส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น
   26. การให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
   27. การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
   28. จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น
   29. กิจการการอื่นใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
          อำนาจหน้าที่ของ อบจ. ข้างต้น เป็นการดำเนินการตาม แผนปฏิบัติการกำหนดขนั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง
   ส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วนที่ 14 มีนาคม 2545 เป็นต้นไป

2. ลักษณะของการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในการให้บริการสาธารณะในเขตจังหวัด มีดังนี้ (ประกาศคณะกรรมการ
การกระจายอำนาจ)
    1. ดำเนินงานในโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่เกินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด
    2. เป็นการดำเนินงานที่ปรากฏถึงกิจกรรมที่เป็นภาพรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดที่มุ่งต่อประโยชน์ของท้องถิ่น
        หรือประชาชนเป็นส่วนรวมและไม่เข้าไปดำเนินงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัดสามารถดำเนินการได้เอง
    3. เข้าไปดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการในลักษณะที่มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่องหรือมีผู้ที่ได้รับประโยชน์ในองค์กรปกครอง
         ส่วนท้องถิ่นมากกว่า 1 แห่งขึ้นไป